Beauty Tip
ส่วนผสมอันตราย! ที่ไม่ควรมีในเครื่องสำอางของคุณ

1 August 2019
ถ้าใครเคยสังเกตหรืออ่านฉลากเครื่องสำอางที่เราใช้ในแต่ละวัน ก็คงจะเห็นว่าในรายการส่วนประกอบที่ระบุอยู่นั้นมีมากมายเลือเกิน
แถมยังเป็นชื่อแปลกๆยาวๆที่ไม่คุ้นเคยซะด้วย จนบางครั้งอาจเริ่มลังเลสงสัยว่ามันจะเป็นอันตรายต่อผิวหรือสุขภาพของเราหรือไม่
อันที่จริงส่วนผสมต่างๆที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ได้น่ากลัวจนเกินไป

ถ้าเราเลือกซื้อสินค้าที่ขึ้นทะเบียนอย.อย่างถูกต้อง มีแหล่งผลิตที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ เพราะนั่นหมายความว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบและอนุญาตให้จำหน่ายได้
เรียกว่าปลอดภัย มั่นใจได้ในขั้นแรก แต่สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ สารบางชนิดแม้จะไม่ได้เป็นสารอันตรายและสามารถใช้ในเครื่องสำอางได้ในปริมาณที่กำหนด

แต่หากได้รับสารดังกล่าวเป็นประจำและต่อเนื่องก็จะส่งผลเสียต่อผิวหรือสุขภาพของเราได้ในระยะยาวและสารต่อไปนี้คือส่วนผสมอันตรายที่เราควรหลีกเลี่ยง
และไม่ควรมีในเครื่องสำอางของเรา



1. SLS ชื่อเต็มๆคือ Sodium Lauryl Sulfate/Sodium Laureth Sulfate
สารตัวนี้มักพบในเครื่องสำอางประเภทโฟมล้างหน้า ครีมอาบน้ำ
แชมพู และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ เนื่องจากสารนี้มีหน้าที่หลักในการชำระล้าง และสร้างฟองในเครื่องสำอาง แม้ว่าจะทำความสะอาดได้ดี
แต่ผลข้างเคียงจาก SLS ก็คือมันมักจะกำจัดเอาความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวและผมออก

ไปด้วย ทำให้ผิวแห้ง เปราะบาง และระคายเคืองง่าย บางคนที่มีอาการแพ้ SLS อาจมีตุ่มหนองเล็กๆหรือผื่นคันร่วมด้วย
ปัจจุบันมีการตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น จึงมีผลิตภัณฑ์ประเภท SLS-Free ออกมาจำหน่ายมากขึ้นด้วย
ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมา



2. BHA หรือ Butylated hydroxyanisole
พบได้ในผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำหอม เมื่อพูดถึง BHA หลายคนอาจนึกไปถึง Beta Hydroxy Acid หรือ Salicylic Acid ที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว และลดปัญหาสิว
แต่จริงๆแล้วมันคือคนละตัวกัน ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่ประการใด BHA ที่เราควรหลีกเลี่ยงคือสารที่ทำหน้าที่เป็นสารกันเสียในน้ำหอม
มีการศึกษาขี้ให้เห็นว่า BHA เป็นสารก่อมะเร็ง มีฤทธิ์ทำลายตับ และยังรบกวนระดับฮอร์โมนไธรอยด์ในร่างกายด้วย

คราวหน้าเวลาซื้อน้ำหอมจึงไม่ใช่แค่ลองดมกลิ่นเท่านั้น แต่อาจต้องพลิกดูฉลากข้างขวดซักนิดว่ามีสารนี้อยู่หรือไม่



3. Triclosan ไตรโคลซาน
สารที่ทำหน้าที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี จึงนิยมนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย สบู่ฆ่าเชื้อ
และยาสีฟัน อันตรายของไตรโคลซานคือเมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก มันจะทำให้ระบบฮอร์โมนแปรปรวน เกิดการดื้อของเชื้อแบคทีเรีย
การทำงานของกล้ามเนื้อเสื่อมถอย ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น เราจึงควรหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียจาก
ธรรมชาติแทน เช่น น้ำมันทีทรี (Tea Tree Oil) เป็นต้น



4. Paraben
สารกันเสียที่พบได้บ่อยที่สุดในเครื่องสำอางเกือบทุกประเภท มีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันตรงกันว่า พาราเบน
มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ได้
ปัจจุบันจึงนิยมใช้สารกันเสียกลุ่มอื่นที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับพาราเบน แต่ปลอดภัยกว่าและไม่มีผลข้างเคียง
แม้ว่าพาราเบนจะไม่ได้เป็นสารต้องห้าม แต่เพื่อความมั่นใจ ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Paraben-Free ก็น่าจะดีไม่น้อย



5. Petro-ingredients ปิโตรเลียมเจลลี่ และ มิเนอรัลออยล์
คือสารในกลุ่มนี้ มักจะทำหน้าที่ในการเก็บกักความชุ่มชื่นให้ผิว ให้ความรู้สึกลื่นเมื่อสัมผัส แต่ผลข้างเคียงที่อาจจะได้รับก็คือ มักก่อให้เกิดการระคายเคือง อุดตันรูขุมขน
เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวโดยเฉพาะสิวอักเสบได้หากต้องการหลีกเลี่ยงสารในกลุ่มนี้
ควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติแทน ซึ่งมีน้ำมันหลายชนิดที่นอกจากให้ความชุ่มชื่นผิวและให้สัมผัสที่ดีแล้ว
ยังช่วยลดปัญหาอื่นๆของผิวได้อีกด้วยเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอัลมอนด์ และน้ำมันเมล็ดองุ่นเป็นต้น



6. Dibutyl phthalate, Toluene และ Formaldehyde
สารกลุ่มนี้น่าจะอันตรายที่สุดในบรรดาทั้งหมดที่กล่าวมา
มักพบในกลุ่มยาทาเล็บ ผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บ และเสปรย์แต่งผม เนื่องจากมีความเป็นพิษต่อร่างกายค่อนข้างสูง
โดยเฉพาะในระบบต่อมไร้ท่อ และระบบทางเดินหายใจ เมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ
และวิงเวียนได้ ปัจจุบันสารนี้ถูกระบุเป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอางของหลายประเทศในยุโรปไปเรียบร้อยแล้ว

จะเลือกสวยทั้งทีก็ต้องดีต่อสุขภาพด้วย ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางครั้งต่อไปอย่าลืมพลิกดูส่วนผสมด้วยทุกครั้ง
อาจจะเสียเวลามากขึ้นอีกซักนิดแต่รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มเวลาที่เสียไป ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังแน่นอนค่ะ